กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล (Digital marketing strategy)

Google Ads คืออะไร? ทำไมคนทำธุรกิจต้องรู้ และควรทำ!

เชื่อว่าคนที่ทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ส่วนใหญ่น่าจะเคยได้ยินชื่อของ Google Ads มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า Google Adwords คือ อะไร แบบจริงๆ จังๆ แล้วทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน ทำไมคนที่มีเว็บไซต์ทั้งแบรนด์ใหญ่ๆ และ SME ถึงได้ใช้ Tools ตัวนี้กันแทบทั้งนั้น ลองอ่านบทความนี้ดู รับรองว่าคุณจะเข้าใจ Google Adwords มากขึ้น และอาจจะอยากใช้ขึ้นมาก็ได้ครับ

โฆษณา Google Ads คือ ?

Google Adwords คือ การทำโฆษณาผ่านเครือข่าย Google โดยอาศัยจุดแข็งของ Google ที่มีผู้เข้าใช้งานในหลักล้านคนต่อวัน ซึ่งรูปแบบโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Google Search

สาเหตุที่หลายแบรนด์เลือกใช้ Google Search เพราะจำนวนผู้เข้าใช้ Google เพื่อค้นหาข้อมูลในประเทศไทยต่อเดือนมีจำนวนสูงถึง 4 ร้อยกว่าล้านคน เฉลี่ยแล้วมีผู้ใช้วันละ 13 ล้านคน (อ้างอิงจากข้อมูลสถิติ HootSuite Digital Marketing 2019) ทำให้ Google แปรสภาพเป็นตลาดออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่มาก และมีโอกาสที่เจ้าของธุรกิจจะขายสินค้าหรือบริการผ่านการทำ Google Adwords ได้เพิ่มมากขึ้น

ทีนี้ เราจะพาไปรู้จักกับรูปแบบโฆษณาต่างๆ ของ Google Adwords ว่าจริงๆ แล้ว Google Adwords คืออะไร มีอะไรบ้าง และมีจุดเด่นยังไง ลองทำความเข้าใจดูครับ

บริการของ Google Ads

Google Search

“บริการโฆษณาเว็บไซต์เมื่อมีผู้ค้นหา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเรา”

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จัก Google Adwords ว่าเป็นการโฆษณาเว็บไซต์เวลามีคน search เข้ามา ซึ่งก็ถูกครับ เพราะรูปแบบการโฆษณาของ Google Search จะเป็นการเลือกซื้อ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเรา เพื่อให้ผู้ค้นหาเจอเราก่อนเป็นอันดับแรกๆ เพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคีย์เวิร์ดที่ควรใช้ก็คือ Keyword ที่มีโอกาสในการขายมากที่สุด เช่นในตัวอย่างนี้ครับ

นาย A ทำเต็นท์รถมือสอง ตัวอย่างคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องคือ “รถมือสอง”, “รถมือสองสภาพดี”, “รถมือสองราคาถูก”, “รถมือสองไม่เกินแสน” เป็นต้น

ถ้ามีผู้พิมพ์คำค้นหาเข้ามาว่า “รถมือสองไม่เกินแสน” Google ก็จะนำเว็บไซต์เราไปแสดงผลเป็นลำดับแรกๆ เพื่อนำเสนอ Product ของเราให้ลูกค้าเห็นก่อน ซึ่งตามสถิติแล้ว เว็บไซต์ที่ขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ จะมียอดคลิกสูงกว่าเว็บอื่นที่อยู่ลำดับล่างลงไป

ดังนั้น Google Search ก็คือบริการที่ทำให้เว็บไซต์คุณติดอันดับ Top ของหน้า Google เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้สูงที่สุด และเป็นโฆษณาชิ้นสำคัญมากที่สุดในบรรดา Ads ทั้งหมดด้วย เพราะ Google Search เป็น Ads ขั้นพื้นฐานที่ควรทำเป็นอย่างแรก เพราะถ้าพื้นฐานแน่น การต่อยอดไปด้านอื่นๆ มันจะง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ

Google Ads Display Network (GDN)

จริงๆ แล้ว GDN น่าจะเป็นรูปแบบโฆษณาที่ผ่านตาเราบ่อยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก Search เพราะ GDN คือแบนเนอร์โฆษณาของแบรนด์ที่ปรากฏขึ้นตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราเข้าไปดู ซึ่งเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะให้แบนเนอร์ของเราไปปรากฏบนเว็บแบบไหน เกี่ยวกับอะไร เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เช่น ถ้าคุณทำธุรกิจทัวร์ต่างประเทศ เว็บไซต์ที่คุณควรจะเลือกให้แบนเนอร์ไปโชว์ก็คือ เว็บไซต์แนวท่องเที่ยว, ไลฟ์สไตล์ หรือเว็บวาไรตี้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณทำอยู่ เป็นต้น

ประโยชน์ของการทำ GDN ก็คือการสร้าง Brand Awareness เพราะคนจะเห็นแบนเนอร์ของเราเยอะมาก ทำให้ผู้พบเห็นจดจำแบรนด์ หรือ Key Messege ที่เราต้องจะสื่อสารออกไปได้ เฉลี่ยแล้วคนจะเห็นโฆษณาของเรามากถึงหลักแสนคน แต่ใช้งบประมาณเพียงหลักร้อยเท่านั้น นอกจากนี้ สิ่งสำคัญสำหรับการทำโฆษณาแบบ GDN ก็คือ แบนเนอร์ต้องมีความสวยงาม และสื่อสารได้ตรงประเด็นภายในหนึ่งรูปภาพ เพื่อดึงดูดให้ผู้พบเห็นคลิกเข้ามาชม หรือสร้างภาพจำให้กับผู้ชมได้ดีที่สุด

Youtube Ads

Youtube Ads เป็นรูปแบบการโฆษณาย่อยของ GDN อีกทีหนึ่ง ด้วยการนำแบนเนอร์ของเราไปแสดงบนยูทูป ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบนเนอร์เกี่ยวกับโปรโมชั่นเป็นหลัก เพราะการโฆษณาแบบนี้จะสร้าง Awareness ให้กับผู้ใช้ได้ง่าย ส่วนแบนเนอร์สินค้าก็มีบ้าง แต่จะไม่เยอะเท่าโปรโมชั่น

สำหรับการทำ Youtube Ads ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกได้ว่าจะให้โฆษณาของเราไปแสดงที่ไหน เช่น คลิปที่มียอด view สูงๆ และคาดว่ากลุ่มเป้าหมายเราน่าจะดูคลิปนี้แน่นอน หรือยิงไปหา Channel ที่กลุ่มเป้าหมายเราติดตาม เพื่อสร้างภาพจำให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเราให้มากที่สุด

Mobile App Ads

นอกจาก Google จะเป็นเจ้าของ Google Services ในรูปแบบของเว็บไซต์แล้ว ตัวกูเกิ้ลเองก็ยังมีบริการที่อยู่ในรูปแบบของแอปพลิเคชั่นด้วยเช่นกัน โดยแอปพลิเคชั่นนั้นๆ ต้องอยู่ในเครือข่าย Google Partner ด้วย ซึ่งมือถือ Android จะเจอกันบ่อย เพราะว่าแอปทุกแอปใน Play Store จะนับเป็น Google Partner อยู่แล้ว และสามารถเปิดให้โฆษณา Google ไปแสดงผลได้

การทำงานของ Mobile Apps Ads ก็คือการนำแบนเนอร์ หรือวิดีโอโฆษณาไปแสดงผลขณะใช้แอปพลิเคชั่นอยู่ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเจอ เช่น แอปแต่งรูปอันนึง เมื่อแต่งรูปเสร็จแล้ว กดเซฟ จะมีโฆษณาเด้งขึ้นมา นั่นแหละครับ!! โฆษณาแบบ Mobile Apps หรือจะเป็นแอปรวม Wallpaper สวยๆ ไว้หลายๆ รูป แล้วมีแบนเนอร์โปรโมชั่นมาแทรกระหว่างรูปบ้าง หรือจะเป็นการเล่นเกมฟรีสักเกม แล้วถ้าอยากได้ไอเทมเพิ่ม ให้กดดูโฆษณา นี่ก็เป็น Mobile Apps Ads เช่นกันครับ

Google Shopping Ads

Google Shopping Ads เป็นโฆษณารูปแบบใหม่ที่ Google เพิ่งเปิดให้ใช้งานในประเทศไทยได้ไม่นานนัก โดยโฆษณาชนิดนี้จะเน้นไปที่การโชว์สินค้าพร้อมราคาจากหน้า Search ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายได้เร็วขึ้น เพราะผู้ซื้อจะเห็นภาพสินค้ากับราคาทันที โดยไม่ต้องกดเข้าไปยังเว็บไซต์ก่อน และพอเรากดที่สินค้าปุ๊บก็จะเด้งไปที่หน้าสินค้า พร้อมกดสั่งซื้อได้ทันที

โฆษณา Shopping Ads เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีสินค้าขายปลีก ที่สำคัญคือการทำโฆษณานี้ไม่จำเป็นต้องคัดเลือกคีย์เวิร์ดเหมือน Google Search แต่ Google จะเก็บข้อมูลในหน้าสินค้านั้นแล้วเอาไปประมวลผลเองว่า คนที่เสิร์ชคำว่าอะไรควรเห็นสินค้าของเรา เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่เสิร์ชเจาะจงลงไปถึงระดับชื่อ หรือรุ่นสินค้า มักมีความต้องการซื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การโชว์สินค้าพร้อมราคาให้เห็นเลย จะช่วยเรื่องการตัดสินใจซื้อให้เร็วขึ้นอีกระดับหนึ่ง

 

 

Remarketing

การรีมาร์เกตติ้ง คือการนำโฆษณาไปแสดงซ้ำๆ ให้ผู้ที่มี engagement หรือมี Action บางอย่างกับเว็บไซต์ของเรา แต่ยังไม่พร้อมซื้อ หรือยังไม่ตัดสินใจซื้อในขณะนั้น เช่น ผมเคยเสิร์ชหา Adidas Yeezy Boost 350 V2 เพราะเห็นว่าสวย เลยอยากหาข้อมูลดู พอค้นหาปุ๊บ ก็มีโฆษณาจากร้านค้าร้านนึงเด้งขึ้นมา ผมก็กดเข้าไป แต่พอดูแล้วผมยังไม่ซื้อ (เพราะเงินไม่พอ เศร้า T_T) เลยปิดออกไป แต่พอเข้าไปอีกเว็บไซต์นึง…

“แบนเนอร์โปรโมชั่นรองเท้า Adidas คู่นั้นจากร้านค้าร้านนั้นมาโชว์อยู่บนเว็บที่ผมดูอยู่”

แล้วผมก็เห็นแบนเนอร์โฆษณาอันนั้นในทุกที่ที่ผมไป จนสุดท้ายหลังจากเห็นแบนเนอร์ตัวนี้มากว่า 1 สัปดาห์ เงินผมออกแล้ว (และกำลังจะปลิวไป) ผมก็ยังเห็นร้านนี้จัดโปรเดิมที่ราคาค่อนข้างถูกกว่าร้านอื่น และดูแล้วค่อนข้างน่าเชื่อถือ ผมก็สั่งซื้อรองเท้าใหม่จนได้ และกลายเป็นลูกค้าของเขาในที่สุด นี่แหละครับ เป็นการ Remarketing ที่ได้ผลดีจริงๆ

การ Remarketing มักจะนิยมใช้กันในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะก่อนจะ Remarketing ได้ เราจะมีข้อมูลของกลุ่มลูกค้า Target มาก่อนอยู่แล้ว และนับเป็น Leads ที่มี value อย่างมาก ซึ่ง Leads นี้จะได้มาจากการคลิกเข้าเว็บ, การคลิกดูสินค้า หรือการคลิกผ่าน Ads ตัวใดก็ตาม แต่ถ้าหาก Target เหล่านี้ยังไม่ซื้อสินค้า การรีมาร์เกตติ้งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาเหล่านั้นกลับมาซื้อสินค้าจากเราในที่สุด เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการเอาโฆษณาไปตามติด Target ในทุกๆ ที่ และกระตุ้นให้เขารับรู้ว่า “อย่าลืมฉันนน!!”

หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจให้คนที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Google Adwords ได้บ้างนะครับ จะว่าไปแล้ว การทำการตลาดออนไลน์สำหรับคนที่มีเว็บไซต์นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากๆ เพราะว่าถ้าวางแผนผิดไปนิดเดียว เว็บไซต์คุณอาจจะโตช้าเพราะไม่มีคนเห็น ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจของคุณเติบโตช้าตามไปด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าเรามีการวางแผนการทำ Online Marketing สำหรับเว็บไซต์อย่างถูกต้อง ปรับปรุงหน้าเว็บให้สวยงาม น่าเชื่อถือ ยิงโฆษณาหากลุ่มเป้าหมายได้ตรงเป๊ะ รับรองว่าลูกค้าไม่หนีไปไหน ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และธุรกิจของคุณก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

ถ้าท่านใดมีข้อสงสัยเรื่อง Google Adwords อยากได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ (Google Ads Specialist) ก็สามารถติดต่อมาได้ที่ 02-217-7999 เรายินดีให้คำปรึกษากับทุกๆ ท่านครับ 😀

5 เทคนิคในการสร้างโฆษณา Google Ads ด้วยต้นทุนที่ “ต่ำมาก”

เจ้าของธุรกิจหลายคนกลัว และกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในโฆษณา Google Adwords ก็กลัวว่าผลลัพธ์จะไม่คุ้มค่าเงิน จนไม่กล้าคิดจะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง

แต่อยากบอกว่าการทำโฆษณา Google Adwords ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คุณไม่ต้องกลัวที่จะใช้เงินลงทุนหลายหมื่นเหรียญ เพราะไม่มีงบขั้นต่ำ!

และในบทความนี้ฉันจะบอกคุณว่าการลงทุนเพียงเล็กน้อยสามารถให้ผลตอบแทนกับธุรกิจของคุณได้!

1. กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมกับความสามารถของคุณ

ก่อนที่เราจะเริ่มสร้างแคมเปญฉันอยากให้คุณลองทดสอบตัวเองก่อน คุณกำหนดงบประมาณรายวันขั้นต่ำได้เท่าใด ทำเท่าที่คุณสามารถจ่ายได้ คิดเกี่ยวกับเดือนก่อนแล้วหารด้วยจำนวนวัน

เช่นผมใส่เดือนละ 6,000 ก็ตกวันละ 200 บาท

(งบประมาณและผลลัพธ์ของผู้บริโภคจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจบางธุรกิจที่มีต้นทุน 200 บาทอาจไม่เพียงพอ)

เมื่อคุณตั้งงบประมาณได้แล้วให้ลองประเมิน Google Adwords งบประมาณของคุณคุณจะได้รับผลลัพธ์จากโฆษณาของคุณอย่างไร? หากคุณยังไม่พอใจคุณสามารถเพิ่มงบประมาณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

วิธีการประเมิน: เปิดเครื่องมือวางแผนคำหลักและเพิ่มคำหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ หรือเว็บไซต์ของคุณล่ม

เราจะได้ผลลัพธ์ตามที่ Google คาดการณ์ไว้ คุณจะเห็นจำนวนคลิกบนเว็บไซต์ของเราใน 1 เดือนที่ใช้จ่าย 6,000 บาท

2. ใช้คำหลักเฉพาะ Google Ads

ตามเนื้อผ้าสำหรับโฆษณา Google Adwords เราเลือกคำหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และเป็นคำที่มีปริมาณการค้นหาสูงเพื่อให้ได้ลูกค้ามากที่สุด มันเป็นแคมเปญปกติ

แต่สำหรับแคมเปญงบประมาณต่ำการเลือกคำหลักจะแตกต่างจากแคมเปญโฆษณาทั่วไป เนื่องจากงบประมาณที่ จำกัด นี้การใช้คำหลักจำนวนมากจะทำให้เราเสียเงินอย่างรวดเร็ว! (ยังไม่ขายค่าโฆษณาหมดอายุ)

หากคุณต้องการโฆษณาในงบประมาณขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพคุณต้องเลือกคำหลักที่ประหยัดเงินมากที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ
หากต้องการค้นหาคำหลักไปที่เครื่องมือวางแผนคำหลักแล้วเลือกการค้นหาคำหลักใหม่
จากนั้นคุณใส่คำหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณและรับผลลัพธ์!

เมื่อคุณป้อนคุณจะเห็นคำหลักที่ Google แนะนำพร้อมกับจำนวนการค้นหาโดยเฉลี่ยต่อเดือนการแข่งขันและราคาคลิกของคำหลักแต่ละคำ

ให้เราค้นหา Keyword ที่มีการแข่งขันต่ำราคาคลิกผ่านต่ำและเข้าเป้า 1 Keyword เพราะเราเลือกหลายคำ นอกจากนี้ยังจะลดผลลัพธ์ที่เราได้รับ

google ads
google ads

3. สร้างกลุ่มโฆษณาสำหรับ 1 คำหลัก

เมื่อคุณได้รับคำค้นหาที่ต้องการแล้วขั้นตอนต่อไปคือการสร้าง Ad Grop สำหรับหนึ่งในคำหลักของเรา

การใช้คีย์เวิร์ดในกลุ่มโฆษณานี้จะเน้นไปที่การใช้คีย์เวิร์ดเพียง 1 คำเท่านั้น! พร้อมตั้งค่าฟังก์ชันของคีย์เวิร์ด
ตัวปรับการทำงานแบบกว้าง: + คำหลัก
การทำงานแบบวลี: “คำหลัก”
การจับคู่แบบตรงทั้งหมด: [คำหลัก]
สร้าง 1 Ad Group 1 Keyword จะช่วยให้คุณเขียนโฆษณาได้ง่ายขึ้น ..

ทำไมเราต้องใส่คำหลักในข้อความโฆษณา?

คำตอบคือการเพิ่มคะแนนคุณภาพของคุณ
เนื่องจากคะแนนคุณภาพเป็นตัวกำหนดที่สำคัญว่าโฆษณาของเราจะได้อันดับที่เท่าไร? และแสดงบ่อยเพียงใด
ที่สำคัญคะแนนคุณภาพที่สูงขึ้นยังช่วยลดมูลค่าการคลิกของเราด้วย

แล้วฉันจะทำให้คะแนนคุณภาพสูงขึ้นได้อย่างไร

ใช้คำหลักและข้อความที่เกี่ยวข้องทั้งในกลุ่มโฆษณาข้อความโฆษณาและหน้า Landing Page
ปรับแต่งข้อความโฆษณาของคุณให้เจ๋ง ยิ่งผู้ชมข้อความโฆษณาของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น CTR ของคุณก็จะสูงขึ้นคะแนนคุณภาพของคุณก็จะสูงขึ้น
สร้างแลนดิ้งเพจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และโฆษณาของเรา
คำหลักเชิงลบจะกรองข้อความค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับโฆษณาของเราออกไปตัวอย่างเช่นแคมเปญนี้แสดงโฆษณาอิฐมวลเบา แต่มีคนค้นหาอิฐและคลิกที่โฆษณา ดังนั้นเราต้องใช้กระเบื้อง Mon เป็นคำหลักเชิงลบ

4. ใช้การเสนอราคา ECPC (ราคาต่อหนึ่งคลิกขั้นสูง)

Google Ads จะมีรูปแบบการเสนอราคาให้เราเลือกอีกด้วย คนส่วนใหญ่ที่เห็นการเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (ซื้อเน้นสร้างผู้ติดต่อ) หรือเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (เน้นที่การคลิกหลายครั้ง) จะเลือกสองสิ่งต่อไปนี้ทันที

ดูเหมือนเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยงบประมาณเพียงเล็กน้อยที่เราทุกคนหวังว่าจะได้รับ Conversion แต่!

สิ่งที่เราจะแนะนำคือการเสนอราคา ECPC (ราคาต่อหนึ่งคลิกที่ปรับปรุงแล้ว)

ECPC (ราคาต่อหนึ่งคลิกขั้นสูง) ดีแค่ไหน?
ECPC เป็นวิธีการเสนอราคาเพื่อผลักดันราคาที่สูงขึ้นสำหรับคลิกที่เปลี่ยนแปลงได้ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเงินของเรา และราคาลดลงเมื่อคุณพบว่ามีโอกาสน้อยที่จะซื้อจำนวนคลิกหรือเจอคู่แข่งที่มีเงินทุนสูง (Pay Wisely) การเสนอราคาประเภทนี้จะช่วยประหยัดเงินของคุณ

แตกต่างจากการเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ของเราตามการแข่งขัน ไม่เกินงบที่เราตั้งไว้ (จ่ายเท่าไหร่ แต่อย่าเกินงบ)

เว็บไซต์ ppchero.com ทดสอบกลยุทธ์การเสนอราคาของ Google Adwords เพื่อเปรียบเทียบ การเสนอราคาใดจะได้ผลดีกว่ากัน?

ผลลัพธ์สุดท้ายคือเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุดที่ได้รับคลิกมากที่สุด และสามารถสร้าง Conversion เมื่อเทียบกับ ECPC โดยมีจำนวนคลิกน้อยกว่า แต่สามารถสร้าง Conversion ได้มากขึ้นด้วยงบประมาณที่เหมาะสม

เหมาะกับแคมเปญที่มีงบน้อยอย่างเราจริงๆ แต่ก่อนที่เราจะใช้ ECPC ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ในการเรียนรู้โฆษณา Google Adwords ของเรา และเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญของเราก่อน

5. สร้างเพจเฉพาะเพื่อสนับสนุนการโฆษณาของคุณ

เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโฆษณา ความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีคือ Landing Page ควรเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า

สาเหตุที่โฆษณา Google Adwords ไม่ทำงานส่วนใหญ่เป็นเพราะหน้า Landing Page ไม่มีประสิทธิภาพไม่ตอบสนองต่อการคลิกและไม่พบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

ฉันอยากให้คุณมองจากมุมมองของลูกค้า เมื่อคุณค้นหาสินค้าใน Google และคลิกที่เว็บไซต์ .. คุณต้องการดูอะไร?

ต้องการดูสินค้าอื่น ๆ หรือต้องการดูสินค้าที่ต้องการพร้อมข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ
ตัวอย่างเช่นฉันใช้คำหลักอิฐมวลเบา
หน้า Landing Page ที่ถูกต้องสำหรับแคมเปญนี้ไม่ใช่หน้าเดียวที่มีผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมมากมายให้เลือก แต่เพจบอกว่า Light Tiles ของเราดีแค่ไหน? มีความแข็งแรงทนทานเหมาะสำหรับงานทุกประเภท สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและทำให้เขาตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา

โฆษณา Google Adwords สามารถกระตุ้นยอดขายและเพิ่มผลกำไรทางธุรกิจได้จริงเราต้องการเงินลงทุนเพียงบางส่วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา

น่าเสียดายที่หลายคนพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้เพราะไม่อยากเสียเงินหรือกลัวขาดทุน

แต่บทความนี้แสดงให้คุณเห็นว่าไม่ว่าคุณจะมีงบประมาณน้อยเพียงใดคุณสามารถดำเนินการโฆษณา Google Ads เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ แค่ ..

กำหนดงบประมาณเท่าที่คุณสามารถจ่ายได้
เลือกใช้คำหลักเฉพาะ
สร้างกลุ่มโฆษณาสำหรับคำหลัก 1 คำเท่านั้น
เรียกใช้การเสนอราคา ECPC
และการสนับสนุนลูกค้าแบบหน้าเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการ
ตอนนี้คุณทำโฆษณา Google Adwords ได้ในราคาเพียงเศษเสี้ยว

ใช้ Google Ads สำหรับการตลาดออนไลน์

ตอนนี้คุณรู้พื้นฐานและประโยชน์ของการตลาดออนไลน์แล้ว รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของเว็บไซต์ต่อไปเราจะแนะนำให้คุณรู้จักกับ Google Adwords โปรแกรมโฆษณาออนไลน์ของ Google และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเหมาะสำหรับคุณ

Google Ads ทำงานอย่างไร

โฆษณาของคุณอาจแสดงเมื่อมีผู้ค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ หรือเมื่ออยู่บนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร

คำหลักเชื่อมต่อคุณกับลูกค้า
คำหลักคือคำหรือวลีที่คุณเลือกเมื่อสร้างแคมเปญ Google Adwords ซึ่งเป็นคำที่คุณคิดว่าผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าจะใช้เมื่อพวกเขาค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณนำเสนอ

โดยจับคู่คำหลักของคุณกับโฆษณาที่คุณสร้าง โฆษณาของคุณจะมีแนวโน้มที่จะแสดงมากขึ้นเมื่อมีผู้ค้นหาคำที่คล้ายกัน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่นหากคุณให้บริการจัดส่งดอกไม้สด คุณสามารถใช้วลีส่งดอกไม้สด นั่นคือคีย์เวิร์ดที่จับคู่กับโฆษณาส่งดอกไม้สด เมื่อมีคนค้นหาคำว่าการจัดส่งดอกไม้หรือคำที่คล้ายกันใน Google โฆษณาของคุณยังสามารถปรากฏถัดจากผลการค้นหาของ Google หรือบนเว็บไซต์อื่น ๆ เกี่ยวกับการจัดส่งดอกไม้สด

เข้าสู่การประมูลเพื่อแสดงโฆษณา

Google Adwords กำหนดได้อย่างไรว่าจะแสดงโฆษณาใด ขั้นตอนที่เกิดขึ้นในการประมูลด่วนเพื่อแสดงโฆษณา สิ่งนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีผู้ค้นหาบน Google หรือเข้าชมเว็บไซต์ที่มีการแสดงโฆษณา

Google Adwords จะคำนวณคะแนนที่เรียกว่าลำดับโฆษณาสำหรับทุกโฆษณาในการประมูลหนึ่ง ๆ ลำดับโฆษณากำหนดตำแหน่งโฆษณาของคุณและโฆษณาของคุณมีสิทธิ์แสดงหรือไม่ โดยทั่วไปโฆษณาที่มีลำดับโฆษณาสูงสุดจะปรากฏในตำแหน่งบนสุด โฆษณาที่มีลำดับโฆษณารองลงมาจะปรากฏในอันดับที่สอง (หากโฆษณาตรงตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง) ลำดับโฆษณาคำนวณโดยใช้ปัจจัย 5 ประการ:

ราคาเสนอ – การตั้งราคาเสนอของคุณจะบอก Google Adwords ว่าคุณยินดีจ่ายเท่าใดสำหรับการคลิกโฆษณาหนึ่งครั้ง ในกรณีส่วนใหญ่การชำระเงินจริงของคุณจะต่ำกว่าราคาเสนอของคุณ และคุณสามารถเปลี่ยนแปลงราคาเสนอได้ตลอดเวลา

คุณภาพของโฆษณาและหน้า Landing Page – Google Adwords ยังคำนึงถึงความเกี่ยวข้องและประโยชน์ของโฆษณาและไซต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เห็นโฆษณา คะแนนคุณภาพของโฆษณาของคุณสรุปเป็นคะแนนคุณภาพซึ่งสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนได้ในบัญชี Google Adwords ของคุณ
เกณฑ์ลำดับโฆษณา – เราสามารถมั่นใจได้ว่าโฆษณาทั้งหมดมีคุณภาพสูงเนื่องจากเรากำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับโฆษณาให้ตรงตามเกณฑ์นี้เพื่อที่จะแสดงโฆษณา

บริบทการค้นหา – บริบทมีความสำคัญเมื่ออยู่ในการประมูลเพื่อแสดงโฆษณา เราคำนวณลำดับโฆษณาโดยการตรวจสอบข้อความค้นหาที่ผู้ใช้ป้อน ตำแหน่งขณะค้นหาประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ (เช่นคอมพิวเตอร์หรือมือถือ) และโฆษณาการค้นหาอื่น ๆ และผลลัพธ์ที่แสดงบนเว็บไซต์นั้น ตลอดจนสัญญาณและคุณลักษณะอื่น ๆ ของผู้ใช้

ผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับจากส่วนขยายโฆษณาและรูปแบบโฆษณาอื่น ๆ – เมื่อสร้างโฆษณาคุณจะมีตัวเลือกในการรวมข้อมูลเพิ่มเติมเช่นหมายเลขโทรศัพท์หรือลิงก์เพิ่มเติมไปยังหน้าเฉพาะบนไซต์ลงในโฆษณาของคุณ ข้อมูลเพิ่มเติมนี้เรียกว่าส่วนขยายโฆษณา ส่วนขยาย Google Adwords และรูปแบบโฆษณาอื่น ๆ โดยประมาณ การใช้งานจะส่งผลต่อประสิทธิภาพโฆษณาของคุณอย่างไร

ท้ายที่สุดคุณจ่ายเท่าไหร่?

ด้วยการเสนอราคาต่อหนึ่งคลิก (CPC) คุณจะจ่ายก็ต่อเมื่อมีผู้สนใจคลิกโฆษณาและเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณมากพอ คุณบอก Google Adwords ว่าคุณยินดีจ่ายเท่าใดสำหรับการคลิกโฆษณาของคุณ 1 ครั้ง (เรียกว่าราคา) ให้ต่อคลิกสูงสุด) แต่คุณสามารถจ่ายน้อยลง

คุณควบคุมงบประมาณ Google Adwords โดยกำหนดจำนวนเงินเฉลี่ยที่คุณต้องการใช้จ่ายในแต่ละวัน ในวันที่โฆษณาของคุณได้รับความนิยมมากกว่าปกติ Google Adwords ช่วยให้คุณใช้จ่ายงบประมาณรายวันเฉลี่ยได้ถึงสองเท่าดังนั้นคุณจึงไม่พลาดคลิกที่มีค่าเหล่านั้น แต่ไม่ต้องกังวลเพราะในเดือนหนึ่ง ๆ คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินเกินกว่างบประมาณรายวันเฉลี่ยคูณด้วยจำนวนวันโดยเฉลี่ยในหนึ่งเดือน (30.4)

สำหรับแคมเปญที่หยุดชั่วคราวในช่วงกลางเดือนหรือแคมเปญที่ไม่ทำงานตลอดทั้งเดือนคุณอาจเห็นความแตกต่างระหว่างงบประมาณรายวันเฉลี่ยและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ

สำหรับแคมเปญที่คุณจ่ายสำหรับ Conversion การใช้จ่ายรายวันของคุณอาจเกินงบประมาณรายวันโดยเฉลี่ยมากกว่าสองเท่า

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า Google Adwords ทำงานอย่างไรดูว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

ตัวเลือกการตลาดออนไลน์ใดที่เหมาะกับคุณ

เมื่อคุณโฆษณากับ Google Adwords คุณกำลังลงทุนทางการเงินในธุรกิจของคุณ แต่การจะประสบความสำเร็จเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ใช้เวลาตรวจสอบบัญชี Google Adwords ของคุณเป็นประจำและทำการปรับเปลี่ยนจนกว่าคุณจะพอใจกับผลตอบแทนจากการลงทุน

นี่คือสรุปสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อจัดการบัญชี Google Adwords ของคุณให้ประสบความสำเร็จ หากคุณคิดว่าไม่มีเวลาหรืองบประมาณเพียงพอใน Google Adwords ไม่ต้องกังวล เราจะแนะนำคุณให้รู้จักกับบริการอื่น ๆ ของ Google ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณแสดงต่อลูกค้าที่เหมาะสมโดยไม่เกินขีด จำกัด ของคุณ

ลงทุนเวลาของคุณ

ให้เวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Adwords ของคุณ ระยะเวลาที่บัญชีเปิดใช้งานจะแตกต่างกันไป แต่คุณควรรอ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของโฆษณาและคำหลักของคุณ และปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ในช่วงแรกคุณอาจใช้เวลาเรียนรู้กระบวนการมากกว่าปกติ เช่นเดียวกับการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเราขอแนะนำให้คุณดูบทแนะนำอีก 2 บทที่เหลือในชุดนี้ ส่วนนี้อธิบายวิธีสร้างแคมเปญ Google Adwords ที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ และติดตามและปรับปรุงผลลัพธ์โดยเร็วที่สุด

หากคุณไม่มีเวลาตรวจสอบว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ลองใช้ตัวเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาเหล่านี้แทน

ให้ Smart Campaigns ช่วยคุณจัดการ

ค้นหาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองเพื่อจัดการบัญชีของคุณ

การลงทุนทางการเงิน

การลงทุนที่ดีต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลกำไรและ Google Adwords ก็เช่นกันเราขอแนะนำให้จัดสรรงบประมาณเฉพาะสำหรับการตลาดออนไลน์เมื่อคุณขยายธุรกิจ

4 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ จากการโฆษณาผ่าน Google ads

Google คือเว็บไซต์ Search Engine ที่มีผู้ใช้จากทั่วทุกมุมโลกและมียอดผู้ใช้เป็นจำนวนมาก การโฆษณาผ่าน Google จึงเป็นช่องทางเผยแพร่โฆษณาที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่

สำหรับการเปิดตลาดออนไลน์ของนักธุรกิจนั้น การโฆษณาผ่าน Google เป็นการโฆษณาที่ใช่ของนักธุรกิจและเป็นเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพราะผลตอบรับที่ได้มากมายจากการลงทุนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการโฆษณาผ่านสื่อหลัก

รวมถึงประโยชน์ที่จะได้รับจาก โฆษณา google อีก 4 ประการที่เราจะกล่าวถึงดังต่อไปนี้ด้วย

1. เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วโลก google ads

การโฆษณาผ่าน Googleนั้น เราสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้เอง ส่งผลให้โฆษณาเข้าถึงผู้ชมที่มีความสนใจเฉพาะหรือสนใจผลิตภัณฑ์และบริการของเราจริงๆ การกำหนดสามารถเลือกด้วย Location หรือสถานที่ ทั้งภายในประเทศ ภูมิภาค เมืองหรือภายในระยะทางที่เราต้องการ นั่นทำให้เราประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเสียไปกับกลุ่มลูกค้าที่เราเข้าไม่ถึง

google ads
google ads

2. วัดผลและเข้าถึงข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การโฆษณาผ่าน Google ทั้งในรูปแบบ Google Adwords และ Google Display Network (GDN) สามารถวัดประสิทธิผลหลัง จากที่โฆษณาด้วยเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Google Analytics และที่สำคัญเราสามารถใช้งานได้ฟรี การเข้าถึงข้อมูลทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผลที่วัดคือ จำนวนคนคลิกโฆษณา การเข้าดูเว็บไซต์ รวมถึงการมีส่วนร่วมอื่นๆ ซึ่งมันสามารถจำแนกรายละเอียดว่าเป็นเพศอะไร อายุเท่าไหร่ เข้าถึงจากตำแหน่งที่ตั้งที่ไหน ได้อีกด้วย ในแต่ละเดือนเราจะได้รับผลสรุปข้อมูลเชิงสถิติและตัวเลขที่สำคัญทั้งหมด ส่งผลให้การทำงานหรือการปรับปรุง แก้ไขโฆษณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและรับรู้ว่าอะไรที่ได้ผล แล้วจึงนำมาต่อยอดเพิ่มเติม

3. ปรับเปลี่ยนการทำงานได้ตามต้องการ

การโฆษณาผ่าน Google แบบ Google Adwords เปิดโอกาสให้คุณเริ่มโฆษณาหรือหยุดพักชั่วคราวได้ตาม ต้องการ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ คำหลัก (Keyword) ในโฆษณาหรือเพื่อจัดแคมเปญใหม่

นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกและง่ายดายในการทำงานด้วยแอพพลิเคชั่น AdWords Editor ที่ช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบัญชีแบบออฟไลน์ได้ ด้วย AdWords Editor ทำให้การเพิ่มหรือแก้ไขแคมเปญโฆษณา คำหลัก และตำแหน่งได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียว ถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้ที่มีบัญชี AdWords หลายบัญชี

4. เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ google ads

ในปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเลตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเผยแพร่ โฆษณาจึงต้องพัฒนาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ การโฆษณาผ่าน Google สามารถแสดงผลบนอุปกรณ์ได้ทุกประเภท ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่รูปแบบต่างๆ โดยเราสามารถกำหนดรายละเอียดว่าจะแสดงโฆษณาผ่านอุปกรณ์ใด

อีกทั้ง Google ได้ปรับการแสดงผลโฆษณาใหม่ จากที่แสดงโฆษณา 2 ตำแหน่ง คือด้านบนและด้านขวาของหน้าเว็บ เหลือเพียงด้านบนตำแหน่งเดียวเพื่อให้การแสดงผลผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่มีความคล้ายคลึงกันมากที่สุดนั่นเอง

คำสำคัญ

  • Google AdWords ข้อดี
  • Google AdWords
  • Google Adwords ข้อเสีย
  • Google Adwords คือ Pantip

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button